หากจะพูดถึงการใช้งานในโลกของเราทุกวันนี้ เชื่อว่าโดยส่วนใหญ่ เราต้องใช้ Internet เพื่อติดต่อสื่อสารกันไม่ว่าจะเป็น Line app, Facebook, Youtube และอีกอื่น ๆ อีกมากมาย แต่เคยสงสัยไหมว่าเราใช้งานได้อย่างไร แน่นอนว่ามันจะต้องมีอะไรบางอย่างค่อยให้บริการเรา และนั้นคือ Server ครับ
PC (Personal Computer) เหมาะสำหรับบุคคลทั่วไป สมัยนี้ก็จะมีทั้ง Laptop, PC, Work station การใช้งานก็แตกต่างกันไป โดยจะใช้กับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง งานใดงานหนึ่ง ตั้งแต่ ดูหนัง ฟังเพลง งานเอกสาร งานเขียนโปรแกรม งานตัดต่อ งานกราฟิก และไม่มีระบบสำรอง คือจะมีแค่ 1 CPU และ 1 Power supply สำหรับ memory แล้วอาจใส่ได้เกิน 16GB แล้วแต่ลักษณะงาน
ในขณะที่ Server นั้นมีความที่แตกต่างอย่างมาก โดยจะเน้นที่ความคงทน และเสถียรภาพ รองรับการใช้งานในปริมาณมาก ๆ เช่น Web server, Mail server หรือพวก Hosting ต่าง ๆ โดยมีความคงทนทั้งทาง Hardware และ Software เช่น
ด้าน Hardware
- มี 2 CPU หรือมากกว่า แบ่งภาระโหลดการประมวลผล
- มี Memory ทำงานแบบ ECC RDIMM คอยตรวจสอบ Error bit ระหว่างการเขียนข้อมูล
- มี Power supply 2 ตัว หากตัวใดตัวหนึ่งพัง Server ไฟก็จะถูกจ่ายเข้าปกติ
- มี Raid รองรับทั้ง Raid 1, 5, 10 รองรับ Disk ลูกใดลูกหนึ่งเสียหาย ระบบยังทำงานต่อได้
ด้าน Software
- Windows server, Linux, Unix OS
- มี Load balance เช่น HA Proxy
- มี HA (High Availability) รองรับเครื่องใดเครื่องหนึ่งมีปัญหา ระบบยังสามารถทำงานต่อได้เช่น Live migrate ของ VMware
ดังนั้นในขณะที่มีการ Implement ระบบ เราจะมองทั้งสองฝั่งคือ ฝั่ง Hardware และฝั่ง Software ว่ามีอะไรที่เพิ่มความคงทนให้ระบบได้บ้าง เพื่อรองรับการใช้งานจาก Users ได้ตลอด 24×7 โดยไม่มีการปิดเครื่องเป็นเวลานาน อาจจะมีปิดแค่ช่วงทำ MA เท่านั้นครับ
สำหรับ OS ที่ลงก็จะต่างกัน บน Server เราจะลงตระกูล Windws server และ Linux หรือ Unix เท่านั้นเพื่อให้บริการ แต่คุณสามารถเอา OS เช่น Windows 10 ลงบน Server ได้เช่นกันสำหรับท่านที่ใช้ Server แทน PC ไม่มีปัญหาใด ๆ ครับ แค่ต้องทนฟังเสียงพัดลมและค่าไฟให้ได้ก็พอ เนื่องจาก Server จะมี CPU ที่มีจำนวน Cores ตั้งแต่ 4, 8, 10 ขึ้นไป ทำให้ใช้พลังงานสูง จึงเกิดความร้อน เป็นเหตุผลว่าทำไม Server ต้องอยู่ในห้องแอร์ และเพื่อป้องกันฝุ่นที่อาจจะทำให้ตัวอุปกรณ์ภายในเกิดความขัดข้องขึ้นได้
ด้านราคา มีความต่างกันอย่างมาก ไล่ตั้งแต่หลักหมื่น ถึงหลักแสน และ หลักล้าน นี่จึงเป็นเหตุว่าทำไมทางเราถึงเลือกใช้ Server มือสองแทน สำหรับงานทั่วไป และงาน Lab test เพื่อใช้ทดสอบโปรแกรมที่เราพัฒนา หรือทดสอบ Software ต่าง ๆ ในเชิง Infrastructure ซึ่งยังต้องการความคงทนของระบบเช่นเดิม
หากคุณต้องการรันงาน หรือ Lab test ที่ต้องการความคงทน และเสถียรภาพ ของระบบ แต่ถูกจำกัดด้วยงบประมาณ Server มือสอง ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย